<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Rolesintheravada.Net</title>
	<atom:link href="http://rolesintheravada.net/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://rolesintheravada.net</link>
	<description>Rolesintheravada.Net</description>
	<lastBuildDate>Sat, 11 Feb 2012 06:47:53 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.5</generator>
		<item>
		<title>ผู้ได้ฟังมากซึ่งธรรมทั้งหลายที่มีความงามในเบื้องต้น.</title>
		<link>http://rolesintheravada.net/6/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b1.html</link>
		<comments>http://rolesintheravada.net/6/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b1.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 06:39:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rolesintheravada.net/?p=6</guid>
		<description><![CDATA[ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก หรือความเป็นผู้ศึกษาเล่าเรียนมากนี้เรียกได้ ๓ อย่าง คือ ๑. พาหุสัจจะ ๒. พหูสูต ๓.สุตะ เพราะต่างก็มีคำอธิบายความหมายเหมือนกัน เช่น ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้ฟังมากซึ่งธรรมทั้งหลายที่มีความงามในเบื้องต้น..ท่ามกลาง.. ที่สุด..พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน แล้วทรงจำไว้ได้ คล่องปาก ขึ้น ใจ แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ๔๖ ความหมายของพาหุสัจจะของนักวิชาการ คือ ผู้ได้ยินได้ฟัง ได้เรียนรู้มาก หรือ คงแก่เรียน มีองค์ประกอบ คือ ได้ยินได้ฟังมาก ทรงจำไว้ได้ คล่องปาก เจนใจ ขบได้ด้วย ทฤษฎี คือ ความเป็นผู้มีสุตะมาก ได้แก่ ความเป็นผู้ฉลาดในหัตถกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อ ว่า ศิลปะ ผู้สดับมาก ผู้เรียนมาก พาหุสัจจะมีความหมายเหมือนกับพหูสูต และสุตะ สรุป พาหุสัจจะในพระพุทธศาสนา หมายความว่า ความที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก ทรงความรู้กว้างขวาง ใส่ใจสดับตรับฟัง ค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ ส่วนพาหุสัจจะใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://rolesintheravada.net/wp-content/uploads/2012/02/5_21.jpg"><img class="alignnone size-medium wp-image-7" src="http://rolesintheravada.net/wp-content/uploads/2012/02/5_21-224x300.jpg" alt="" width="224" height="300" /></a></p>
<p>ความเป็นผู้ได้ยินได้ฟังมาก หรือความเป็นผู้ศึกษาเล่าเรียนมากนี้เรียกได้ ๓ อย่าง<br />
คือ ๑. พาหุสัจจะ ๒. พหูสูต ๓.สุตะ เพราะต่างก็มีคำอธิบายความหมายเหมือนกัน เช่น<br />
ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้ได้ฟังมากซึ่งธรรมทั้งหลายที่มีความงามในเบื้องต้น..ท่ามกลาง..<br />
ที่สุด..พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ บริสุทธิ์บริบูรณ์ครบถ้วน แล้วทรงจำไว้ได้ คล่องปาก ขึ้น<br />
ใจ แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ๔๖<br />
ความหมายของพาหุสัจจะของนักวิชาการ คือ ผู้ได้ยินได้ฟัง ได้เรียนรู้มาก หรือ<br />
คงแก่เรียน มีองค์ประกอบ คือ ได้ยินได้ฟังมาก ทรงจำไว้ได้ คล่องปาก เจนใจ ขบได้ด้วย<br />
ทฤษฎี คือ ความเป็นผู้มีสุตะมาก ได้แก่ ความเป็นผู้ฉลาดในหัตถกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อ<br />
ว่า ศิลปะ ผู้สดับมาก ผู้เรียนมาก พาหุสัจจะมีความหมายเหมือนกับพหูสูต และสุตะ<br />
สรุป พาหุสัจจะในพระพุทธศาสนา หมายความว่า ความที่ได้ศึกษาเล่าเรียนมาก<span id="more-6"></span><br />
ทรงความรู้กว้างขวาง ใส่ใจสดับตรับฟัง ค้นคว้าหาความรู้อยู่เสมอ ส่วนพาหุสัจจะใน<br />
ความหมายของนักวิชาการกล่าวตรงกันว่า คือ ความเป็นผู้ได้ศึกษาเล่าเรียนมามาก มีความรู้<br />
ความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ดังนั้น ความที่ได้ศึกษามามาก ได้ยินได้ฟังมากนี้เรียกได้ ๓ อย่าง คือ<br />
พาหุสัจจะ พหูสูต หรือ สุตะ เพราะต่างมีความหมายเหมือนกัน คือ ทรงไว้ซึ่งสุตะ สั่งสมสุตะ<br />
เป็นผู้ได้สดับมาก ทรงจำไว้ได้คล่องปาก ขึ้นใจ สุตะเป็นปัจจัยแก่ความเป็นพหูสูต บุคคลเป็น<br />
พหูสูต และเป็นผู้เข้าถึงสุตะ บุคคลบางคนมีสุตะ (ความรู้ที่ได้เล่าเรียนสดับไว้) เป็นอันมาก<br />
รู้ทั่วถึงอรรถ รู้ถึงธรรมแห่งสุตะที่มากนั้นแล้ว เป็นผู้ปฏิบัติธรรมถูกหลัก (ธรรมานุธรรม<br />
ปฏิบัติ) บุคคลนั้นชื่อว่า เป็นพหูสูต และเป็นผู้เข้าถึงโดยสุตะ<br />
๒.๒ องค์ประกอบของพาหุสัจจะ<br />
พาหุสัจจะ คือ ผู้ได้ยินได้ฟัง ได้เรียนรู้มาก หรือคงแก่เรียน มีองค์ประกอบ ๕<br />
ประการ คือ<br />
๑) เป็นผู้ได้ฟังมากซึ่งธรรมทั้งหลายที่มีความงามในเบื้องต้น มีความงามใน<br />
ท่ามกลาง มีความงามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ บริสุทธิ์<br />
บริบูรณ์ครบถ้วน (พหุสฺสุตา)<br />
๒) ทรงจำไว้ได้ (ธตา)<br />
๓) คล่องปาก (วจสา ปริจิตา)</p>
<p>ที่มา: การศึกษาพาหุสัจจะในพระพุทธศาสนาเถรวาท</p>
<p>โดย : พระครูปลัด ชวลิต อคฺคปญฺโญ (ภู่นาค)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rolesintheravada.net/6/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%9f%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%8b%e0%b8%b6%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%97%e0%b8%b1.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า</title>
		<link>http://rolesintheravada.net/9/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b9%88.html</link>
		<comments>http://rolesintheravada.net/9/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b9%88.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 06:41:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rolesintheravada.net/?p=9</guid>
		<description><![CDATA[๔) ขึ้นใจ (มนสานุเปกฺขิตา) ๕) แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ (ทิฏฐิยา สุปฏิวิทฺธา)๔๗ พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า ภิกษุพาหุสัจจะ มีสุตะมาก เรียนนวังคสัตถุศาสน์ แล้วทั้งเบื้องต้น และเบื้องปลายแห่งบาลีและอนุสนธิ เป็นผู้รองรับสุตะไว้ได้ ภิกษุผู้ทรงสุตะ ได้แก่ ผู้สั่งสมสุตะไว้ได้ ทรงจำไว้ได้ คือ ทรงจำได้คล่องแคล่ว เมื่อถูกขอให้กล่าวพระสูตรหรือชาดก จะยกขึ้นกล่าวพระสูตรหรือชาดกนั้นได้ทันที คล่องปาก ได้แก่ สาธยายด้วยวาจา ด้วยสูตร ๑๐ หมวด วรรค ๑๐ หมวด ๕๐ หมวด ขึ้นใจ ได้แก่ เพ่งด้วยจิต พระพุทธวจนะที่ภิกษุใดสาธยายด้วยวาจาแล้วปรากฏ ชัดแก่เธอผู้คิดอยู่ด้วยใจ เหมือนรูปปรากฏชัดแก่บุคคลผู้ยืนตามประทีปดวงใหญ่ ฉะนั้น แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ ได้แก่ ใช้ปัญญาขบทะลุปรุโปร่ง ทั้งเหตุทั้งผล๔๘ กล่าวโดยสรุป องค์ประกอบของพาหุสัจจะ ๕ ประการ ได้แก่ เป็นผู้ได้ฟังมาก คือ ศึกษาเล่าเรียนได้สดับตรับฟังไว้มาก ทรงจำไว้ได้ คือ สามารถจดจำหลักการ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๔) ขึ้นใจ (มนสานุเปกฺขิตา)<br />
๕) แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ (ทิฏฐิยา สุปฏิวิทฺธา)๔๗<br />
พระอรรถกถาจารย์กล่าวว่า ภิกษุพาหุสัจจะ มีสุตะมาก เรียนนวังคสัตถุศาสน์<br />
แล้วทั้งเบื้องต้น และเบื้องปลายแห่งบาลีและอนุสนธิ เป็นผู้รองรับสุตะไว้ได้ ภิกษุผู้ทรงสุตะ<br />
ได้แก่ ผู้สั่งสมสุตะไว้ได้<br />
ทรงจำไว้ได้ คือ ทรงจำได้คล่องแคล่ว เมื่อถูกขอให้กล่าวพระสูตรหรือชาดก<br />
จะยกขึ้นกล่าวพระสูตรหรือชาดกนั้นได้ทันที<br />
คล่องปาก ได้แก่ สาธยายด้วยวาจา ด้วยสูตร ๑๐ หมวด วรรค ๑๐ หมวด ๕๐<br />
หมวด<br />
ขึ้นใจ ได้แก่ เพ่งด้วยจิต พระพุทธวจนะที่ภิกษุใดสาธยายด้วยวาจาแล้วปรากฏ<span id="more-9"></span><br />
ชัดแก่เธอผู้คิดอยู่ด้วยใจ เหมือนรูปปรากฏชัดแก่บุคคลผู้ยืนตามประทีปดวงใหญ่ ฉะนั้น<br />
แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ ได้แก่ ใช้ปัญญาขบทะลุปรุโปร่ง ทั้งเหตุทั้งผล๔๘<br />
กล่าวโดยสรุป องค์ประกอบของพาหุสัจจะ ๕ ประการ ได้แก่ เป็นผู้ได้ฟังมาก<br />
คือ ศึกษาเล่าเรียนได้สดับตรับฟังไว้มาก ทรงจำไว้ได้ คือ สามารถจดจำหลักการ หรือสาระได้<br />
ทรงจำได้แม่นยำ คล่องปาก คือ ท่องบ่นหรือใช้พูดอยู่เสมอจนแคล่วคล่อง ขึ้นใจ คือ ใส่ใจ<br />
พิจารณานึกคิดจนแจ่มแจ้งในใจ และ แทงตลอดดีด้วยทิฏฐิ คือ ขบได้ด้วยทฤษฎี มีความเข้าใจ<br />
ลึกซึ้งประจักษ์ด้วยปัญญาทั้งในแง่ความหมายและเหตุผล<br />
๒.๓ ประเภทแห่งพาหุสัจจะ<br />
พาหุสัจจะนั้น มี ๒ อย่าง คือ พาหุสัจจะของบรรพชิต และคฤหัสถ์๔๙ ดังนี้<br />
๑) ภิกษุพาหุสัจจะ คือ ภิกษุผู้เป็นพหูสูต ทรงสุตะ สั่งสมสุตะ<br />
๒) คฤหัสถ์พาหุสัจจะ คือ คฤหัสถ์ผู้เป็นพหูสูต เข้าถึงโดยสุตะที่พระพุทธองค์<br />
ทรงสรรเสริญแล้ว</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rolesintheravada.net/9/%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%96%e0%b8%81%e0%b8%96%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a2%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a7%e0%b9%88.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภิกษุพาหุสัจจะ ๓ ประเภท</title>
		<link>http://rolesintheravada.net/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0-%e0%b9%93-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97.html</link>
		<comments>http://rolesintheravada.net/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0-%e0%b9%93-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 06:43:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rolesintheravada.net/?p=11</guid>
		<description><![CDATA[พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เห็นพระเถระสั่งสอนพวกภิกษุณีแล้วได้ลาภสักการะ คิดจะสั่ง สอนพวกภิกษุณี ได้แสดงธรรมีกถาเล็กน้อย สนทนาแต่เรื่องดิรัจฉานกถา ภิกษุณีไปเฝ้ากราบ ทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบทแต่งตั้งภิกษุเป็นผู้สั่งสอน ภิกษุณี”๕๑ทรงอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุพาหุสัจจะผู้มีคุณสมบัติ ๘ อย่าง๕๒ เป็นผู้สั่งสอน ภิกษุณี๕๓ ภิกษุผู้ได้ชื่อว่า พหุสสุตะ (พาหุสัจจะ) นี้ มี ๓ ประเภท คือ ๑) นิสัยมุจจนกะ ผู้พอพ้นนิสัย ๒) ปริสูปัฎฐาปกะ ผู้ให้บริษัทอุปัฏฐาก ๓) ภิกขุโนวาทกะ ผู้สั่งสอนภิกษุณี๕๔ ภิกษุนิสัยมุจจนกะ คือภิกษุผู้มีพรรษา ๕ โดยอุปสมบท ท่องมาติกา ๒ ได้ช่ำชอง คล่องปาก จะต้องเรียนภาณวาร ๔ จากพระสุตตันตปิฏก เพื่อประโยชน์แก่ธรรมสวนะในวัน ปักษ์ จะต้องเรียนกถามรรค เช่น อันธกวินทสูตร มหาราหุโลวาทสูตร อัมพัฎฐสูตร เพื่อ ประโยชน์แก่การกล่าวธรรมแก่เหล่าชนผู้มาหา พึงเรียนคาถาอนุโมทนา ๓ อย่าง เพื่อ ประโยชน์อนุโมทนาในสังฆภัตงานมงคลและอวมงคล [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เห็นพระเถระสั่งสอนพวกภิกษุณีแล้วได้ลาภสักการะ คิดจะสั่ง<br />
สอนพวกภิกษุณี ได้แสดงธรรมีกถาเล็กน้อย สนทนาแต่เรื่องดิรัจฉานกถา ภิกษุณีไปเฝ้ากราบ<br />
ทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์บัญญัติสิกขาบทแต่งตั้งภิกษุเป็นผู้สั่งสอน<br />
ภิกษุณี”๕๑ทรงอนุญาตให้แต่งตั้งภิกษุพาหุสัจจะผู้มีคุณสมบัติ ๘ อย่าง๕๒ เป็นผู้สั่งสอน<br />
ภิกษุณี๕๓<br />
ภิกษุผู้ได้ชื่อว่า พหุสสุตะ (พาหุสัจจะ) นี้ มี ๓ ประเภท คือ<br />
๑) นิสัยมุจจนกะ ผู้พอพ้นนิสัย<br />
๒) ปริสูปัฎฐาปกะ ผู้ให้บริษัทอุปัฏฐาก<br />
๓) ภิกขุโนวาทกะ ผู้สั่งสอนภิกษุณี๕๔<br />
ภิกษุนิสัยมุจจนกะ คือภิกษุผู้มีพรรษา ๕ โดยอุปสมบท ท่องมาติกา ๒ ได้ช่ำชอง<span id="more-11"></span><br />
คล่องปาก จะต้องเรียนภาณวาร ๔ จากพระสุตตันตปิฏก เพื่อประโยชน์แก่ธรรมสวนะในวัน<br />
ปักษ์ จะต้องเรียนกถามรรค เช่น อันธกวินทสูตร มหาราหุโลวาทสูตร อัมพัฎฐสูตร เพื่อ<br />
ประโยชน์แก่การกล่าวธรรมแก่เหล่าชนผู้มาหา พึงเรียนคาถาอนุโมทนา ๓ อย่าง เพื่อ<br />
ประโยชน์อนุโมทนาในสังฆภัตงานมงคลและอวมงคล จะต้องเรียนวินิจฉัยกรรมและมิใช่<br />
กรรม เพื่ออุโบสถและปวารณา จะต้องเรียนกรรมฐาน มีพระอรหัตเป็นที่สุด ด้วยสมาธิ และ<br />
วิปัสสนา เพื่อกระทำสมณธรรม จะต้องเรียนพุทธพจน์มีพระสูตร ๔ ภาณวาร ด้วยการเรียนนี้<br />
ภิกษุนี้ย่อมชื่อว่า เป็นพหุสสุตะ เป็นผู้ปรากฏในทิศ ๔ ได้ เพื่ออยู่โดยความเป็นอิสระของตน<br />
ภิกษุผู้ปริสูปัฏฐาปกะ คือ ภิกษุผู้มีพรรษา ๑๐ โดยอุปสมบท พึงกระทำวิภังค์ทั้ง<br />
๒ ให้ช่ำชอง คล่องปาก เพื่อแนะนำบริษัทในอภิวินัย โดยกำหนดอย่างต่ำที่สุด เมื่อไม่อาจ พึงึง<br />
กระทำวิภังค์ทั้ง ๒ คัมภีร์ให้ควรแก่การผลัดเปลี่ยนกันกับภิกษุ ๓ รูป พึงเรียนกรรมและมิใช่<br />
กรรม และขันธกวัตร เพื่อจะแนะนำบริษัทในอภิธรรม<br />
ภิกขุโนวาทกะ คือ ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณี พึงกระทำวินัยปิฎกนั้นพร้อมทั้งอรรถกถาให้ชำนาญ ด้วยการเรียนสุตะ เพียงเท่านี้ ภิกษุผู้สั่งสอนภิกษุณี ชื่อว่าเป็นผู้มีสุตะมาก</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rolesintheravada.net/11/%e0%b8%a0%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b8%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0-%e0%b9%93-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0%e0%b8%97.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คฤหัสถ์พาหุสัจจะ ๔ ประเภท</title>
		<link>http://rolesintheravada.net/13/%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0-%e0%b9%94-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0.html</link>
		<comments>http://rolesintheravada.net/13/%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0-%e0%b9%94-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 06:45:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rolesintheravada.net/?p=13</guid>
		<description><![CDATA[๒.๓.๒. คฤหัสถ์พาหุสัจจะ ๔ ประเภท ในอัปปัสสุตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มีสุตะน้อย พระพุทธองค์ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลพาหุสัจจะ ๔ ประเภทในโลก คือ ๑) บุคคลผู้มีสุตะน้อย ทั้งไม่เข้าถึงสุตะ ๒) บุคคลผู้มีสุตะน้อย แต่เข้าถึงสุตะ ๓) บุคคลผู้มีสุตะมาก แต่ไม่เข้าถึงสุตะ ๔) บุคคลผู้มีสุตะมาก ทั้งเข้าถึงสุตะ๕๖ บุคคลผู้มีสุตะน้อย ทั้งไม่เข้าถึงสุตะ คือ บุคคลผู้ที่มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม เวทัลละ๕๗น้อย ทั้งเขาก็ไม่รู้อรรถ๕๘ รู้ธรรม๕๙แห่งสุตะน้อยนั้น แล้วไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บุคคลผู้มีสุตะน้อยแต่เข้าถึงสุตะ คือ บุคคลผู้ที่มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ ฯลฯ น้อย เมื่อรู้อรรถ รู้ธรรมแห่งสุตะน้อยนั้นแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม บุคคลผู้มีสุตะมากแต่ไม่เข้าถึงสุตะ คือ บุคคลผู้ที่มีสุตะ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๒.๓.๒. คฤหัสถ์พาหุสัจจะ ๔ ประเภท<br />
ในอัปปัสสุตสูตร ว่าด้วยบุคคลผู้มีสุตะน้อย<br />
พระพุทธองค์ตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย บุคคลพาหุสัจจะ ๔ ประเภทในโลก คือ<br />
๑) บุคคลผู้มีสุตะน้อย ทั้งไม่เข้าถึงสุตะ<br />
๒) บุคคลผู้มีสุตะน้อย แต่เข้าถึงสุตะ<br />
๓) บุคคลผู้มีสุตะมาก แต่ไม่เข้าถึงสุตะ<br />
๔) บุคคลผู้มีสุตะมาก ทั้งเข้าถึงสุตะ๕๖<br />
บุคคลผู้มีสุตะน้อย ทั้งไม่เข้าถึงสุตะ คือ บุคคลผู้ที่มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ<br />
เวยยากรณะ คาถา อุทาน อิติวุตตกะ ชาตกะ อัพภูตธรรม เวทัลละ๕๗น้อย ทั้งเขาก็ไม่รู้อรรถ๕๘<br />
รู้ธรรม๕๙แห่งสุตะน้อยนั้น แล้วไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม<span id="more-13"></span><br />
บุคคลผู้มีสุตะน้อยแต่เข้าถึงสุตะ คือ บุคคลผู้ที่มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ ฯลฯ น้อย<br />
เมื่อรู้อรรถ รู้ธรรมแห่งสุตะน้อยนั้นแล้ว ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม<br />
บุคคลผู้มีสุตะมากแต่ไม่เข้าถึงสุตะ คือ บุคคลผู้ที่มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ ฯลฯ<br />
มาก รู้อรรถ รู้ธรรมแห่งสุตะมากนั้น แล้วไม่ปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม<br />
บุคคลผู้มีสุตะมากทั้งเข้าถึงสุตะ คือ บุคคลผู้ที่มีสุตะ คือ สุตตะ เคยยะ ฯลฯ มาก<br />
ทั้งรู้อรรถ รู้ธรรมแห่งสุตะมากนั้น แล้วปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม๖๐<br />
ถ้าบุคคลมีสุตะน้อย ทั้งไม่ตั้งมั่นในศีล บัณฑิตทั้งหลายย่อมติเตียนเขา ทั้งในด้านศีล<br />
และสุตะ ถ้าบุคคลแม้มีสุตะน้อย แต่ตั้งมั่นดีในศีล บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขาใน<br />
ด้านศีล แต่สุตะของเขาไม่สมบูรณ์ ถ้าบุคคลแม้มีสุตะมาก แต่ไม่ตั้งมั่นในศีล บัณฑิต<br />
ทั้งหลายย่อมติเตียนเขาในด้านศีล แต่สุตะของเขาสมบูรณ์ ถ้าบุคคลมีสุตะมาก ทั้งตั้งมั่นดีในศีล บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญเขา ทั้งในด้านศีล และสุตะ๖๑<br />
กล่าวโดยสรุป พาหุสัจจะ มี ๒ อย่าง คือ พาหุสัจจะของบรรพชิต และคฤหัสถ์<br />
ภิกษุพาหุสัจจะ ๓ ประเภท คือ ภิกษุผู้ศึกษาพอพ้นนิสัย ผู้ให้บริษัทอุปัฏฐาก ผู้สั่งสอนภิกษุณี<br />
คฤหัสถ์พาหุสัจจะ คือ ผู้มีสุตะน้อยไม่ตั้งมั่นในศีล ผู้มีสุตะน้อยตั้งมั่นในศีล ผู้มีสุตะมาก ไม่<br />
ตั้งมั่นในศีล และ ผู้มีสุตะมาก ตั้งมั่นในศีล บัณฑิตย่อมสรรเสริญในศีลและความเป็นพหูสูต</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rolesintheravada.net/13/%e0%b8%84%e0%b8%a4%e0%b8%ab%e0%b8%b1%e0%b8%aa%e0%b8%96%e0%b9%8c%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0-%e0%b9%94-%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%a0.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์แห่งพาหุสัจจะ</title>
		<link>http://rolesintheravada.net/15/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0.html</link>
		<comments>http://rolesintheravada.net/15/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 11 Feb 2012 06:47:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>thamma</dc:creator>
				<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://rolesintheravada.net/?p=15</guid>
		<description><![CDATA[๒.๔ อานิสงส์แห่งพาหุสัจจะ ๑. อานิสงส์ของภิกษุพาหุสัจจะ เป็นมงคล เพราะเป็นเหตุให้ ๑) ละอกุศลธรรม บรรลุกุศลธรรม และทำให้แจ้งปรมัตถสัจจะ ๒) รักษาตนให้บริสุทธิ์ ๓) อดทนต่อการเพ่งพินิจธรรม ๔) เกิดความอุตสาหะ ๕) เกิดการไตร่ตรอง ความเพียรพยายาม ๖) ทำให้แจ้งปรมัตถสัจจะด้วยนามกาย และเห็นแจ้งแทงตลอดด้วยปัญญา๖๒ ๗) ย่อมเป็นผู้มีลาภเกิดขึ้นโดยไม่ยาก๖๓ ๒. อานิสงส์ของคฤหัสถ์พาหุสัจจะ ที่ไม่มีโทษ ตั้งอยู่ในศีล คือ ๑) บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ เมื่อตั้งมั่นในศีลและสุตะ๖๔ ๒) เพราะเป็นเหตุให้นำประโยชน์สุขในโลกทั้งสอง๖๕มาให้๖๖ กล่าวโดยสรุป ภิกษุพาหุสัจจะมีอานิสงส์ทำให้เกิดลาภ ทำให้ละอกุศล บรรลุ กุศลธรรม ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย และคฤหัสถ์พาหุสัจจะมีอานิสงส์ ทำให้ บัณฑิตทั้งหลายสรรเสริญ และ ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งโลกนี้และโลกหน้า ๒.๕ พาหุสัจจะในคัมภีร์พระพุทธศาสนา                                                                                                 พาหุสัจจะ พหูสูต สุตะ ปรากฏในพระไตรปิฎก ทั้งพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก และอรรถกถา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>๒.๔ อานิสงส์แห่งพาหุสัจจะ<br />
๑. อานิสงส์ของภิกษุพาหุสัจจะ เป็นมงคล เพราะเป็นเหตุให้<br />
๑) ละอกุศลธรรม บรรลุกุศลธรรม และทำให้แจ้งปรมัตถสัจจะ<br />
๒) รักษาตนให้บริสุทธิ์<br />
๓) อดทนต่อการเพ่งพินิจธรรม<br />
๔) เกิดความอุตสาหะ<br />
๕) เกิดการไตร่ตรอง ความเพียรพยายาม<br />
๖) ทำให้แจ้งปรมัตถสัจจะด้วยนามกาย และเห็นแจ้งแทงตลอดด้วยปัญญา๖๒<br />
๗) ย่อมเป็นผู้มีลาภเกิดขึ้นโดยไม่ยาก๖๓<br />
๒. อานิสงส์ของคฤหัสถ์พาหุสัจจะ ที่ไม่มีโทษ ตั้งอยู่ในศีล คือ<span id="more-15"></span><br />
๑) บัณฑิตทั้งหลายย่อมสรรเสริญ เมื่อตั้งมั่นในศีลและสุตะ๖๔<br />
๒) เพราะเป็นเหตุให้นำประโยชน์สุขในโลกทั้งสอง๖๕มาให้๖๖<br />
กล่าวโดยสรุป ภิกษุพาหุสัจจะมีอานิสงส์ทำให้เกิดลาภ ทำให้ละอกุศล บรรลุ<br />
กุศลธรรม ทำให้บรรลุมรรคผลนิพพานโดยง่าย และคฤหัสถ์พาหุสัจจะมีอานิสงส์ ทำให้<br />
บัณฑิตทั้งหลายสรรเสริญ และ ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งโลกนี้และโลกหน้า<br />
๒.๕ พาหุสัจจะในคัมภีร์พระพุทธศาสนา                                                                                                 พาหุสัจจะ พหูสูต สุตะ ปรากฏในพระไตรปิฎก ทั้งพระวินัยปิฎก<br />
พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก และอรรถกถา ดังนี้<br />
๒.๕.๑ พาหุสัจจะในพระวินัยปิฎก<br />
๑. มุสาวาทวรรค<br />
ว่าด้วยการกล่าวเสียดสี<br />
พวกภิกษุฉัพพัคคีย์ทะเลาะแล้วด่า กล่าวเสียดสีพวกภิกษุผู้มีศีล ด้วยชาติกำเนิด..<br />
ด้วยคำด่าที่หยาบ คำด่าสุภาพ&#8230; พวกภิกษุตำหนิพวกภิกษุฉัพพัคคีย์แล้วจึงนำเรื่องนี้ไปกราบ<br />
ทูลพระพุทธองค์ให้ทรงทราบ ทรงประชุมสงฆ์ บัญญัติสิกขาบท ‘ภิกษุต้องอาบัติปาจิตตีย์<br />
เพราะกล่าวเสียดสี’๖๗ คำด่ามี ๒ อย่าง คือ (๑) คำด่าหยาบ (๒) คำด่าสุภาพ<br />
คำด่าหยาบ ได้แก่ คำด่าว่า ท่านเป็นอูฐ แพะ โค ลา ท่านเป็นสัตว์ดิรัจฉาน สัตว์<br />
นรก ไม่มีสุคติ หวังได้แต่ทุคติเท่านั้น คำด่าที่เกี่ยวกับการร่วมประเวณี๖๘ ส่วนคำด่าสุภาพ<br />
ได้แก่ คำด่าว่า ท่านเป็นบัณฑิต ท่านเป็นคนฉลาดท่านเป็นนักปราชญ์ ท่านเป็นพหูสูต ท่าน<br />
เป็นธรรมกถึก ท่านไม่มีทุคติ หวังได้แต่สุคติเท่านั้น</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://rolesintheravada.net/15/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%9e%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%b8%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%88%e0%b8%b0.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

